เสพย์เถิดความเรื้อน

เสพย์...สิ้นเรื้อนไร้ เลื่อนลอย
เถิด...นะน้องน้อย พี่เจ้า
ความ...เลวประดุจดั่ง ยาดี นักแล
เรื้อน...ไหลไคลเคร่า เคล้าคลุ้ง ปรุงปราณ

29 กันยายน 2011

The Sun say Cool


บทที่ 1
สมมติว่าฉันอยากกินข้าวมันไก่ มันไม่จำเป็นหรอกว่า จะเดินเท้า ปั่นจักรยาน ขี่มอเตอร์ไซค์ ขับรถไปซื้อหรือจะโทรสั่งให้มาส่งก็แล้วแต่ มันอยู่ที่ว่าทำอย่างไรถึงจะได้ข้าวมันไก่มากินต่างหาก ที่ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด

ข้าพเจ้าเดินขึ้นเขามาได้ซักระยะนึงแล้ว ความเหนื่อยล้าถาโถมใส่เหมือนมีอิฐหินปูนทรายขนาบหน้าแข้งหน้าขาขึ้นภูผามาด้วย อีกทั้งสัมภาระที่อยู่บนหลังก็หนักอึ้ง ทำให้คำนึงถึงว่าเราแบกข้าวของไม่จำเป็นมาด้วยหรือเปล่า หากแต่คิดดูอีกทีก็สำคัญทั้งนั้น ไหนจะอุปกรณ์นอนเต็นท์ ไหนจะเป็นเครื่องหุงต้มอาหาร นี่ยังพาลไปถึงกล้องถ่ายภาพ เอาไว้จับพระอาทิตย์ที่จะสถิตตรงเส้นขอบฟ้า  ยามเมื่อสายัญลาลับ นำพาซึ่งความหนาวเหน็บบนยอดเขา อีกทั้งดวงดาวยังพรั่งพราวสกาวแสงระยับประดับนภาที่มืดมิด หากแต่ยังมีจริตเหลือพื้นที่ให้ดวงจันทร์ข้างแรมได้ส่องแสงสีเหลืองนวลรำไรได้อวดโฉมบ้าง ว่าแล้วจันทร์จ้าวก็บอกว่า เฮ้ย..ท้องฟ้ากว้างใหญ่ ไว้ให้เป็นเดือนข้างขึ้นบ้างเถอะ พวกเอ็งดาวเล็กดาวน้อยน่ะไม่ได้ระยิบระยับอย่างนี้หรอกโว้ย
สักพักดวงอาทิตย์ก็โผล่จ้าแทงเข้าตาข้าพเจ้าทั้งสอง ครั้นบอกว่า...นี่เพิ่งบ่าย ยังไม่มืดเสียหน่อย หากเดินช้ากว่านี้ พรุ่งนี้เช้าก็ไม่ถึงยอด แล้วเอ็งก็จะอดเห็นข้าเผยอหน้าฝ่าขอบฟ้าขึ้นมาส่องแสงอีกเป็นคำรบแล้วคำรบเล่า ไอ้งี่เง่าเอ๊ย ฮ่าๆๆ

หลังจากเสียสติกับความร้อนของสุริยะไปพักใหญ่  ข้าพเจ้าก็เขยิบจังหวะฝีเท้าให้เร่งเร้าขึ้นไปอีก พลางพลิกหน้าแผนที่ทางขึ้นเขา เร่งฝีเท้าไม่ตกราวกับวิ่งหนีความผิดที่โดนแม่จับได้ว่าฉี่รดที่นอนตอนเด็ก อากาศตอนกลางวันของที่นี่ร้อนฉ่า เมล็ดเหงื่อบนใบหน้าและศีรษะพรูพรั่งดั่งลาวาทะลักจากปล่องภูเขาไฟก็ไม่ปาน ไหลอาบหน้าเรื่อยลงต้นคอ ไล่ลงไปชะลอกักเก็บตรงเป้ากางเกง ก่อนไหลลงชะเลียไปที่ขาทั้งสองข้าง ระหว่างง่ามนิ้วทั้งห้าแล้วก็ไปไหนต่อไม่ได้เพราะข้าพเจ้าใส่รองเท้าผ้าใบ สุดท้ายก็ต้องระเหยระเหิด กลายเป็นกลิ่นเหม็นอับซับซ่อนเกาะติดบาทาอยู่ร่ำไป เฮ้อ...ข้าพเจ้าเสียสติเพ้อเจ้ออีกแล้วสิเนี่ย
ภูเขานี้มีความสูงเท่าตึกแปดสิบชั้น ถูกตัดถางพื้นที่ทำเป็นถนนลาดยาวขึ้นสู่ยอดแล้วกว่าสิบปี จะขับรถขึ้นมาคงสะดวกกว่าใช่ย่อย และคงกินเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็จะได้สัมผัสกับเบื้องล่างที่เห็นหมู่บ้านตรงตีนเขาเพียงปลายนิ้วก้อย ถ่ายรูปซักเล็กน้อยเพื่อเอาไปลงในเฟสบุ๊ค ก่อนจะขับรถกลับลงมา หาร้านอาหารอร่อยๆในเมืองกิน...

เอาใหม่ๆ ลืมบรรทัดข้างบนไปซะ!!
ภูเขานี้มีความสูงเท่าตึกแปดสิบชั้น ถูกตัดถางพื้นที่ทำเป็นถนนลาดยาวขึ้นสู่ยอดแล้วกว่าสิบปี แต่ข้าพเจ้าจอดรถไว้ที่หมู่บ้านตรงตีนเขา ก่อนเดินทางแต่เช้าเพื่อขึ้นเขาด้วยสองเท้าให้ทันก่อนพลบค่ำ ระหว่างทางก็เดินชมมวลหมู่ไม้หลากหลายพันธุ์ที่เรียงรายชูชันรอบๆเขา พบปะพวกชาวดอยที่ขึ้นมาเก็บผลไม้และสมุนไพรในป่าเอาลงไปขายที่ตลาดด้านล่าง เจอเจ้ากระรอกตัวน้อยมองข้าพเจ้าราวกับพบอนันดา อีกทั้งเก้ง กวาง ช้างป่า สุดปารถนาล้วนได้มา ดั่ง อฐิษฐาน อันนี้เป็นเพลงของคุณมาโนช พุฒตาล เมื่อมองลงไปยังด้านล่าง เห็นหมู่บ้านที่จากมาเล็กลงเรื่อยๆ มันถูกย่อขนาดลงด้วยสายตามนุษย์ที่ทำระยะห่างจากวัตถุได้อย่างน่าพิศวง ยิ่งใกล้ยิ่งใหญ่ ยิ่งไกลยิ่งเล็ก ยิ่งน้อยยิ่งมาก ยิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งยง ยิ่งศักดิ์ ยิ่งยศ ปัญญา มาให้หมด กร๊ากกกกๆๆ
เข้าเรื่องๆ หากวันนี้เป็นไปตามเป้า เมื่อถึงยอดก็กางเต็นท์ และเก็บภาพแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ในวันนี้ และต้องเตรียมฟืนไฟให้พร้อมเพื่ออบอุ่นร่างกายในตอนกลางคืน ก่อนจะแหกขี้ตาตื่นให้ทันพระอาทิตย์จะมาเคาะประตูบ้านในตอนรุ่ง เพื่อเก็บเรื่องราวของแสงแรกในวันพรุ่ง อา...เมื่อเป็นไปตามนี้การลาหยุดงานของเราก็เต็มไปด้วยรางวัลแห่งชีวิตที่อุทิศให้กับเรื่องบ้าๆเสียฉิบ


บทที่ 2
...ก็คงเหมือนกับพวกนักปีนเขาต่างๆทั่วโลก ยอดเขาคือเป้าหมายสูงสุด หากแต่ระหว่างทางนั้นก็มีอะไรให้น่าจดจำไปไม่น้อยกว่ากัน และเมื่อถึงยอดสูงสุดของที่สุดแล้ว เมื่อมองลงมายังเบื้องล่าง ไอ้ระหว่างทางที่เราขึ้นมานั่นแหละที่ทำให้เราขึ้นมาถึงที่นี่ได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมขอบคุณทุกๆสิ่งที่สร้างเราขึ้นมาจนเป็นเราทุกวันนี้

ข้าพเจ้าถึงยอดเขาก่อนพลบค่ำพอดี
อากาศบนนี้เย็นใช่เล่น ต่างกับเมื่อบ่ายราวหน้ามือกับหลังเท้า ข้าพเจ้าเก็บภาพดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าได้ทันเวลา สวยงามซะไม่รู้จะบรรยายอย่างไร ว่าแล้วก็กางเต็นท์ หาอาหารกินจากในเป้ เป็นอาหารกระป๋องไม่มีอะไรมากมาย หลังจากนั้นก็นั่งเขียนบันทึกเรื่องวันนี้ นอนฟังเสียงจิ้งหรีดร้อง เสียงต้นไม้โยกไหวตามแรงลม เสียงลมหายใจของข้าพเจ้าและเสียงของความหนาวเขย่าที่นอนให้ขนลุกชันแม้จะห่มผ้าจนเป็นมัมมี่รีเทิร์นก็ตาม จากนั้นก็หลับใหลไปกับความเพลีย....

พั่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ข้าพเจ้าสะดุ้งตื่นขึ้นมา แสงแรงลมกระพือปีกแรงเร้าให้ต้นไม้โยกเย้าไปมาไร้ทิศทาง พลางหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู นี่มันหกโมงสิบห้า โอยยย ข้าพเจ้าพลาดการได้ชมแสงแรกของวันนี้เข้าเสียแล้ว แต่หากเป็นเสียงลมอะไรนะ ที่ทำให้ตระหนกได้ถึงเพียงนี้ ว่าแล้วก็รูดซิปเต็นท์ลงมาชะโงกหน้าออกไปมอง เป็นเสียงเครื่องจักรที่มีชื่อว่าเฮลิคอปเตอร์นี่เอง  มันขึ้นมาได้ยังไงเนี่ย ?
เฮ้ย ดับเครื่องสิดับเครื่อง เดี๋ยวคนดูในรายการเขาก็รู้หรอกว่าเรานั่ง ฮ.ขึ้นมาถ่ายทำบนนี้พอดี เสียงๆนึงปรากฏ
เอาล่ะนะ กล้องพร้อม ไฟพร้อม พิธีกรพร้อมมั้ยครับ
เดี๋ยวๆ แป๊ปนึงค่ะพี่โปรดิวเซอร์ ขอพรมน้ำบนหน้าพิธีกรหน่อย คนดูเขาได้รู้ว่าพิธีกรเราเหนื่อยกว่าจะเดินขึ้นเขามาบนนี้ได้ เอาล่ะเสร็จแล้ว พร้อมค่าพี่เมคอัพกระเทยพลางชูนิ้วโป้งให้สัญญาณ หากอ่านมาถึงท่อนนี้ กรุณาอ่านซ้ำแล้วทำเสียงดัดจริตให้เมคอัพอาร์ติสผู้นี้ซักนิดส์นึง
กล้อง 1 ถ่ายได้
สวัสดีครับท่านผู้ชม แฮ่กๆ วันนี้พวกเรากองถ่ายทำสารคดีเที่ยวไปเรื่อย แฮ่กๆ พาท่านมายืนบนยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศ แฮ่กๆ เหนื่อยเอาการเลยครับ แฮ่กๆ กว่าจะปีนขึ้นมาถึงนี่ก็เช้าพอดี กว่าสิบชั่วโมงที่ดั้นด้นกันขึ้นมา แฮ่กๆ คุ้มค่าจริงๆกับสิ่งที่เห็น แสงแรกของวัน โอวว สวยมากๆครับ แฮ่กๆ จากบนนี้เราเห็นวิวโดยรอบได้ 360 องศาเลยครับ แฮ่กๆ นี่ล่ะครับทะเลหมอก ชมไปพร้อมๆกับเราเลยครับ ว่ามันแฮ่กๆ สวย...แค่...ไหน แฮ่กๆ
ค๊าททททททททททท….เยี่ยมมากเลยครับ สมแล้วที่เป็นพิธีกรท่องเที่ยวอันดับต้นๆของประเทศ เรตติ้งกระฉูดแน่ๆ เยี่ยมจริงๆเอ้า เฮ่ย!! เก็บของๆ บอก ฮ.ติดเครื่องด้วย เดี๋ยวต้องลงไปถ่ายร้านอาหารเจ๊มะเหม่ตรงตีนเขาอีก นัดเขาไว้แปดโมงนะโว้ย ไปๆ
อากาศหนาวอย่างนี้ อีคุณพี่กระเทยยังจะเอาที่ฉีดน้ำมาพรมหน้าให้ดูว่าเป็นเม็ดเหงื่อ กูล่ะเชื่อแมร่งจริงๆ
ไม่เป็นไรพี่ ซีจีช่วยได้
ถ้าซีจีช่วยได้ แล้วจะขึ้นมาทำดาไลลามะอะไรวะ ถ่ายบลูสกรีนในสตูฯไม่ง่ายกว่าเรอะ ไอ้บ้านี่

ว่าแล้วเสียงเอะอะโวยวายเมื่อครู่ก็จากไป...ทิ้งไว้แต่ข้าพเจ้ากับเรื่องราวเมื่อสิบกว่านาทีฝังไว้ในหัว

ละสายตาจาก ฮ. หันไปมองพระอาทิตย์ที่ขึ้นอยู่เบื้องหน้าเหมือนจะบอกกับข้าพเจ้าว่า...

หนาวมั้ยล่ะ

15 กันยายน 2011

ครูแดงแข้งปืนกล


บทที่ 1
ความช่วยเหลือ

ต่อไปนี้คือเรื่องราวของครูสาวเหลือน้อย กับเด็กตัวจ้อยหลายชีวิตที่พรหมลิขิตให้มาอยู่ด้วยกัน
ณ มุมหนึ่งของชนบท มีครูหญิงหม้ายขาพิการอยู่คนหนึ่ง รับเลี้ยงเด็กอนาถา ที่พ่อแม่พาไปทิ้งตั้งแต่ยังจำความกันไม่ได้ หรือไม่ก็ถูกปล่อยลอยแพเพียงเพราะไม่ครบสามสิบสองต้องตามจิต ที่คิดจะมีบุตรปานเทวดานางฟ้ากลับชาติมาเกิด เด็กเหล่านี้ล้วนแล้วแต่พิการทางร่างกายและสมอง บางคนแขนขาด ขาขาด ตาบอด หูหนวก ออทิสติก พวกเขาไม่ได้จะขอพลิกฟ้าท้าพระเจ้าเพื่อให้ดวงดาวเห็นใจในโชคชะตาอันบ้าบิ่นที่เล่นลิ้นกับเด็กน้อยตาดำๆ หากแต่เพียงขอความอุปถัมภ์ค้ำจุนเกื้อหนุนให้มีพื้นที่เล็กๆได้ซุกหัวนอนอยู่ในโลกที่พวกผู้ใหญ่อุปโลกน์ว่าเป็นดินแดนแห่งความเท่าเทียม
ครูสาวใหญ่วัยหกสิบ เกษียรตัวเองจากอายุราชการรับเงินบำนาญเพียงน้อยนิดดูแลชีวิตเด็กยากไร้ที่ใช่หาบุตรของตนไม่ หากแต่ครูทำสิ่งที่เรียกได้เต็มปากว่าบุญ ซึ่งคุณอันนี้จะส่งผลถึงเด็กทั้งหลายให้มีวิญญาณของนักสู้ผู้ไม่ยอมสิโรราบกับขีดจำกัดทางร่างกายของพวกเขา
พวกเธอพิการ ครูเองก็พิการ แต่ใจเราจะไม่พิการตาม...
เรื่องราวซาบซึ้งกินใจนี้ ลอยล่องไปถึงหูผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นที่เลื่องลือของครูใจบุญผู้อุปการคุณอุทิศตนเพื่อเยาวชนผู้น่าสงสาร แถมพิกลพิการแต่กำเนิด จึงเกิดไอเดีย จัดทัวร์ผู้มีอันจะกินทั้งหลายไปมอบข้าวของเครื่องใช้ สัพเพเหระ ทั้งกระทะและหม้อหุงข้าว ราวกับสาวๆเจอนักร้องเค-ป๊อปก็ไม่ปาน อีกทั้งพวกข้าราชการ ทหาร ตำรวจ สส. สข. สว. สจ. อบต. กอ.รมน. ยัน รมต. แห่แหนกันไปช่วยเหลือ เผื่อจับพลัดจับผลู ได้ดูตัวเองออกข่าวภาคค่ำ
สวัสดีค่ะคุณครู ฯพณฯท่านคุณหญิง พ.ต.ท.ศ.ดร.ไฉไล กล่าวทักทายครูผู้ยาก
สะสะ สวัสดีจ้ะครูสาวยกมือไหว้กลับ พลางนึก คนนี้ใครหนอหน้าแก่คราวพ่อ มาเรียกเราครู กรูไม่เคยสอน กศน.นะเว้ย
มะ มากันทำไมเยอะแยะเลยคะเนี่ย
มาช่วยเหลือคุณครูไงครับ ชายใส่สูทผูกไท้ รองเท้าหนังมันวับ สำทับ
พวกนักข่าวเอาเรื่องของครูไปออกรายการวงเวียนชีวิต ในเวบบอร์ดก็เอาประวัติไปลงทางอินเตอร์เนตจากนั้นก็กลายเป็นฟอร์เวิร์ดเมล์ ชีวิตของครูกับเด็กๆไม่ธรรมดาเลยค่ะ พวกเราเลยมาช่วยเหลือในสิ่งที่ครูต้องการ
เอ่อ...ครูกับเด็กๆไม่ต้องการอะไรหรอกรำพันในใจว่าไม่เข้าใจที่คุณท่านสาธยายมาด้วย
ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ พวกเรามีกินมีใช้ไม่ลำบากเท่าครูหรอก รับไว้เถอะนะ พวกเราอยากช่วยจริงๆ
นี่ไงๆ น้องคนนี้ขาพิการ ส่วนคนนู้นแขนพิการ ต๊าย...สองข้างเลยค่ะคุณขา
น่าสงสารจริงๆดูซิ  ขี้มูกเกรอะจมูกเชียว มา เดี๋ยวพี่ เช็ดให้ ว่าแล้วท่านรัฐมนตรีวัยเหยียบห้าสิบก็อุ้มเด็กอายุห้าขวบขึ้นมา หันหน้าไปทางนักข่าวที่ตามมาถ่ายทำ ว่าแล้วก็ลงมือเช็ดขี้มูกหนูน้อยด้วยตัวเอง พวกบรรดาไฮโซไฮซ้อ เห็น รมต.ทำอย่างนั้นต่อหน้ากล้อง ก็จัดแจงเครื่องเพชรให้เสด็จเข้าที่(กลัวหล่นหาย)อุ้มเด็กขึ้นหอมบ้าง เช็ดเนื้อเช็ดตัวบ้าง กอดบ้าง สุดแล้วแต่ช่วงเวลาที่นักข่าวจะบันทึกได้ทัน
แล้วครูแดงดูแลเด็กสิบกว่าคนนี้คนเดียวเลยหรือคะไฮโซสาวที่โดนพวกเชี่ยวชาญในการตีบทดาราหลังข่าวจองเด็กไปหมดไม่เหลือถึงตัวเองสักคน จึงดึงความสนใจของตากล้องให้กลับมาที่ครูอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ผล
ครูแดงขาพิการได้ยังไงคะไฮโซหน้าตึงเพราะดึงหนังไปเก็บไว้หลังหู เห็นนักข่าวแพนกล้องมาที่ครู จึงสู่รู้ถามสอดขึ้นบ้าง
ใช่จ้ะ หลังจากที่สามีของครูตายไปเมื่อซัก 3 ปีได้ ครูก็รับอุปการะเด็กเหล่านี้ ส่วนขาขวา...มันพิการเมื่อกว่าสิบปีก่อน เป็นเพราะโรคเบาหวานน่ะจ้ะ ขาเทียมก็ใส่มาตั้งแต่คราวนั้น
โรคร้ายเลยนะคะนั่น อ่อ ทราบมาว่าสามีครูแดงเป็นทหาร
ใช่จ้ะ แกเป็นทหารตระเวนชายแดน ส่วนหนึ่งที่ทุกวันนี้ครูรับเลี้ยงเด็กพิการก็เพราะว่าสามีครูเองด้วย แกเคยบอกว่า สงสารเด็กๆตามตะเข็บชายแดน นอกจากโอกาสทางการศึกษาจะไม่ค่อยมีแล้ว ยังต้องมาบาดเจ็บหรือพิการแม้กระทั่งล้มตายเพราะเหยียบกับระเบิด ที่คนรุ่นก่อนสร้างความอัปยศกันไว้ แกบอกว่าสักวันหนึ่งจะรับเลี้ยงเด็กเหล่านี้ เหมือนมันเป็นปณิธานนะ ครูเลยอยากรับภาระนี้ต่อจากเขาจ้ะ
น่านับถือในวีรบุรุษของชายชาติทหารผู้นี้จริงๆครับ ผมในฐานะ ผบ.ทบ. ขอมอบยศสูงสุดให้กับสามีของครูแดง เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลว่าแล้วก็มีเสียงปรบมือแสดงความยินดีกับคุณครู
ครูแดง เด็กๆเหล่านี้ต้องการความช่วยเหลือ เราจะปล่อยให้เป็นภาระของครูคนเดียวคงไม่ได้ ขาดเหลือสิ่งใดบอกมาเลยครับชายอ้วนมั่งคั่งอีกคนเอ่ย
จริงๆก็มี แต่ไม่อยากรบกวนอะไรมากมายหรอกจ้ะ
กรุณาบอกมาเถอะค่ะ พวกเรายินดี
เอ่อ งั้น ดิฉันอยากได้ขาเทียม แขนเทียมให้กับเด็กๆ พวกเขาจะได้วิ่งเล่น ปีนต้นไม้ หรือหัดวาดรูป แค่นั้นแหละจ้ะ
โอว ช่างน่าประทับใจ คุณคือครูผู้เกิดมาเป็นครูโดยแท้ เดี๋ยวพวกเราจะจัดหามาให้ ภายในอาทิตย์นี้นะคะ ท่านคุณหญิงน้ำตากระซิกๆ ซาบซึ้งในความยิ่งใหญ่ของครูใจบุญ
ขอบคุณพวกคุณจริงๆจ้ะ พวกเด็กๆคงดีใจที่พวกเขาจะได้วิ่งไล่จับกันในสวน ได้มีชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไป
เดี๋ยวครั้งหน้าพวกเรามาเตรียมดีใจกันได้เลย เตรียมท้องให้ว่างๆกันด้วยนะเด็กๆ พวกพี่ๆจะเอาขนมมาฝากด้วย ไฮโซหนุ่มกล่าว
คร๊าบบบบบ---ค่า เด็กๆขานรับ
งั้นพวกเราขอตัวกลับกันก่อนนะครับ-ค่ะ เอ้าคุณนักข่าว คราวหน้าก็มากันด้วยนะ
ขอบคุณจริงๆนะคะ ขอบคุณมากๆ ครูแดงยกมือไหว้ อวยพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ให้บรรดาคนใจบุญเหล่านั้นพบพานกับความสุขความเจริญ ไม่เจ็บไม่จนเหมือนตน ถึงพวกเขาหายลับกลับไปนานแล้ว แม้จะไม่ได้ยินในสิ่งที่ครูอวยชัยให้ก็ตาม แต่ครูแดงเองก็อฐิษฐานนานนมจนเด็กน้อยต้องมาสะกิด
แม่แดง...ไปวาดรูปกังเถอะ


บทที่ 2
ของเหลือ
                ง่า...แม่แดงๆ ขาเทียมของผมพังแล้วอ่า... เด็กน้อยร้องจ้า หลังจากวิ่งเล่นกับขาใหม่ได้เพียงชั่วอึดใจ
เป็นไปได้ยังไง จอร์จ นี่ของใหม่เลยนะ เราเล่นซนล่ะสิ ดูซิ พวกลุงๆป้าๆซาร่า เขาอุตส่าห์ซื้อให้ครูแดงทำหน้านิ่ว
แง้ๆๆๆๆ แม่แดงค๊า แขนเทียมหนูงอไม่ได้ มะกี๊มันยังงอได้อยู่เลย เจ๊งแล้ว เจ๊งโบ๊ะเลย แง้ๆๆๆ เด็กหญิงอีกคนร้องลั่น
แม่แดงๆ ไอ้น้อย ไอ้หนู ไอ้ติ๊ก แย้วก็คนอื่นๆ ขี้แตกเลอะกางเกงเต็มเลย เหม็นเน่าสุดๆ
อ้าว ตายล่ะ กินอะไรกันเข้าไปเนี่ย แล้วเราล่ะ เป็นเหมือนเพื่อนๆเค้ามั้ย”
จะเหลือเหรอคับ...ยังติดตูดอยู่เลยคับ เด็กน้อยออทิสติก ขมิบก้นไว้ กันรั่วซึม
เกิดอะไรขึ้นกัน ครูแดงชักหน้าเสีย ทำไมจึงเกิดเรื่องวุ่นวายในคราวเดียวกันแบบนี้
ผมว่าเป็นเพราะไส้กรอกคุณป้านั่นแน่ๆเยยคับ ผมว่าแย้ว กลิ่นมันตุๆ ไม่เหมือนที่แม่แดงซื้อให้พวกเรากิน เด็กน้อยออทิสติกพูดเสร็จ ขี้ที่อั้นไว้ก้อนดังกล่าวก็ร่วงกราวราวเม็ดฝน
ความสับสนอลหม่านมาเยือนบ้านครูแดงเสียแล้ว ครูแดงจัดแจงหายาและเกลือแร่มาให้เด็กๆกิน หลายคนสะรืมสะรือ แต่อาการไม่น่าเป็นห่วง เมื่อเสร็จภาระกับเด็กๆ ครูแดงนั่งครุ่นคิด พบว่าของทั้งหลายแหล่ที่บรรดาท่านๆคุณๆนำมามอบนั้นล้วนแต่เป็นของสัปปะรังเค อาหารเอย ขนมเอย ของเล่นเอย ไม่ได้ผ่านมาตรฐาน มอก. หรือ อย. ใดๆ เมื่อพลิกซองด้านหลังมาดู ก็พบว่าหมดอายุแล้วทั้งสิ้น แล้วไหนจะแขนขาเทียมที่เด็กๆใฝ่ฝันว่าสักวันจะได้เดินได้วิ่งเหมือนคนปกติ ก็หักก็พัง เพราะไม่ได้คุณภาพ ครูแดงหยิบจับขึ้นมาพิเคราะห์แล้วเปรียบเทียบกับขาเทียมของตนก็ทราบได้ทันทีว่า นี่มันเปเปอร์มาเช่ชัดๆ แขนขาเทียมนะโว้ย ไม่ใช่กระปุกหมูออมสิน ครูแดงนั่งร้องไห้ เด็กๆที่ยังพอเดินไหวต่างกรูกันเข้ามาหาแม่อันเป็นที่รักของพวกเขา
แม่จ๋า...เป็นอะไรจ๊ะ เด็กน้อยถาม
เปล่าจ้ะ...แม่ไม่ได้เป็นอะไร เดี๋ยวแม่มานะ ไปทำธุระข้างนอกก่อน เอ่อ..แม่ฝากน้องๆไว้กับหนูได้มั้ยคะ
ได้ค่ะ
แม่ขอแขนเทียมข้างที่หักของหนูไปด้วยนะคะ
ได้ค่ะ เอ่อ..แม่แดงคะ แขนเทียมนี้มันสมุดหน้าเหลืองนี่คะ

บทที่ 3
ความเหลืออดเหลือทน
นี่มันอะไรกันคะ ทำไมเอาของที่พวกเราเต็มใจให้มาปาทิ้งกันอย่างนี้ คุณหญิงส้มเช้ง กระเด้งกระดอน ราวถูกน้ำร้อนลวก
ใจเย็นๆกันก่อนครับ อาจมีเรื่องเข้าใจผิด ครูแดงทำไมทำอย่างนี้ล่ะครับ ไฮโซหนุ่มหน้าหักสะบัดผมทรงเกาหลี เข้าห้ามปราม
ดิฉันจะมาถามพวกคุณๆนี่แหละ ว่าของที่ให้มาน่ะ มันเป็นอะไรกันแน่ ครูแดงสวนกลับ
ท่าทางครูมันจะรู้แล้วว่ะ เฮ้ย..ไอ้ปื๊ด ไปดูซิว่านักข่าวมันกลับไปกันหมดหรือยัง ท่านรัฐมนตรีกระซิบกับคนขับรถให้ไปดูลาดเลา
คงมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ ครูแดงเรามาคุยกันเงียบๆ มีเหตุผล แบบชนชั้นคนมีการศึกษาดีกว่านะครับ
จะให้ดิฉันตีหน้าเซ่อเหมือนพวกคุณได้ยังไง ดูนี่สิ นี่มันแขนเทียมที่ทำมาจากสมุดหน้าเหลือง ครูพูดจบก็ยื่นให้เหล่าเศรษฐีทั้งหลายชม
พังเร็วจังวะ เอ้ย พังได้ยังไงเนี่ย ต้องขอโทษครูแดงจริงๆ ครับ พวกเราไม่ทราบมาก่อนว่ามันใช้ของอย่างนี้ทำขาเทียม แขนเทียม เดี๋ยวพวกเราจะจัดซื้อให้ใหม่ คราวนี้เป็นไทเทเนี่ยมเลยเอ้าท่านรัฐมนตรีกล่าว
ระหว่างที่ครูแดงกำลังลังเลใจ คนขับรถก็วิ่งมาหาท่านรัฐมนตรีพลางกระซิบข้างหูว่า...
ท่านครับ นักข่าวกลับไปกันหมดแล้วครับ
เหรอ   อืม.....ครูแดง มีสัมมาคารวะหน่อย อยากได้อีกก็บอกกันดีๆ ไม่เห็นต้องทำลายข้าวของกันเลย หลายบาทนะ น้ำหน้าอย่างครูมีปัญญาซื้อเหรอ คงไม่มีใช่มั้ยล่ะ
ครู พอเถอะ ให้แล้วก็แล้วกัน พวกเราเวทนาครูนะ ที่ต้องเลี้ยงเด็กเหลือขอพวกนั้น แต่ไม่เห็นต้องเดือดดารอย่างนี้เลย คุณชายอีกคนพะงาบปากตามท่านรัฐมนตรี
ฉันไม่ได้ต้องการอะไร ฉันแค่อยากให้เด็กๆได้ทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ เทียบเท่าเด็กคนอื่นๆ แต่พวกคุณ...พวกคุณเอาของห่วยแตกเหล่านี้มาทำให้พวกเขาดีใจแล้วกลับกลายเป็นแค่เศษขยะ ไหนจะอาหารที่หมดอายุเอามาให้กินกันอีก ลูกๆของดิฉันท้องเสียเกือบทุกคน ฮือๆ ครูแดงกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ บรรดาผู้มีกินเหลือใช้ทั้งหลายต่างกุรีกุจอรีบขึ้นรถเก๋งคันงาม โดยทิ้งครูแก่ขาพิการไว้เบื้องหลัง หากไม่รีบไปกลัวจะต้องเสียเวลาและเดี๋ยวจะต้องออกข่าวสังคมที่อื่นต่อ

กว่าผมจะเบิกเงินจากกระทรวงได้ เลือดตาแทบกระเด็น
อ้าว...ผมนึกว่าท่าน ใช้เงินส่วนตัวเสียอีก
หึหึ ผมไม่โง่ขนาดนั้นหรอก ซื้อแขนขาปลอมก็หลายบาทอยู่ ส่วนที่เหลือผมก็เอาเข้ากระเป๋าผมสิ ภรรยาคุณก็ทำอย่างนี้ไม่ใช่เหรอ เรี่ยไรจากกองทุนอะไรนะ ผมจำไม่ได้ แต่ช่างมันเถอะ แล้วก็ซื้ออาหารสั่วๆให้แทนอย่างนี้ประจำไม่ใช่เหรอ ผมรู้น่า
แหม..ท่านก็ ทุกทีไอ้เด็กพวกนี้ กระเพาะวัวกระเพาะควายแท้ๆ แต่ทำไมคราวนี้ เอาของหมดอายุแค่ 2 เดือน ให้กินมันถึงขี้แตกกันนะ ผมล่ะงง
แล้วจะเอาเงินไปทำอะไรดีล่ะ ออกรอบตีกอล์ฟดีมั้ย
เดี๋ยวผมขอถามลูกสาวก่อน เห็นแกบ่นอยากได้น้องไบลด์ตัวที่47
อะอะ รักลูกรักเมียจังนะคุณ ฮ่าๆ




บทที่ 4
ความกราดเกรี้ยวของเสือเขี้ยวตัน
(บทสรุปของคนเหลือเดน)
ครูแดง...พวกเราขอโทษ พวกเราผิดไปแล้ว ดะดะเดี๋ยวเอาเงินสดไปเลย อย่าทำอะไรฉันนะ พรีสสสส
หลังจากที่บรรดาเศรษฐีใจชั่ว ทยอยเดินทางกลับ ครูแดงซึ่งขับรถกระบะคันเก่าของสามี ออกตามขบวนพวกนั้นไป ขณะอยู่บนรถ แกถอดเอาขาเทียมออก แล้วเอาปืนเอ็ม 16 ของสามีสมัยเป็นทหารมาเสียบแทนที่ ยกขึ้นพาดหน้าต่างรถ กราดยิงขบวนเก๋งคันหน้า คันแล้วคันเล่า ราวกับหนังแอ๊คชั่นฮาร์ดคอร์ เศษกระจกแตกเหมือนเมล็ดข้าวโพดที่ถูกคั่วกระโดดกระเด้งละทิศละทาง บรรดาไฮโซ ผู้มีสีมีบารมี มีอำนาจทางการเมืองตายคาเบาะหลัง คนขับตายคาพวงมาลัยก่อนจะได้ยินเสียงลมหายใจครั้งสุดท้ายของตัวเอง เมื่อวิญญาณออกจากร่าง รถที่ไร้คนคุมก็ทยอยตกไหล่ทาง ดั่งคนแพ้แล้วล้มกระดานหมากรุก เสียงตูมระเบิดของรถยุโรปฟังดูไพเราะกว่ารถญี่ปุ่นซึ่งกลบเสียงสาดกระสุนระรัวถล่มเป็นเสียงร้องแร๊พแปล๊บๆยิ่งกว่าแบล๊ค อายส์ พีส์ ครูแดงสาดรังเพลิงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนั้นจนเหลือเพียงคันสุดท้าย ซึ่งจอดตายอยู่เบื้องหน้า มียัยบ้าหัวกระเจิงคลานเป็นกิ้งก่าออกมาทางหน้าต่างรถที่พลิกคว่ำข้างถนน

ครูแดง...พวกเราขอโทษ พวกเราผิดไปแล้ว ดะดะเดี๋ยวเอาเงินสดไปเลย อย่าทำอะไรฉันนะ พรีสสสส เสียงท่านผู้หญิงกระเส่า เหงื่อกาฬแตกพลั่กดั่งพายุฝนกระหน่ำฉ่ำใบหน้า โชคดีฉี่ยังไม่ไหล
ท่านรัฐมนตรีล่ะ ทะทะท่านอยู่ไหน ฮือๆ
รถตกไหล่ทาง..ตายห่าไปแล้ว
โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
หยุดร้องซักทีอีเปรต  ฟังนะ  ลูกๆของฉันไม่ได้เหลือขอ ถึงร่างกายจะพิการแต่หัวใจไม่ พวกเขาลำบาก ด้อยโอกาส แล้วสิ่งที่อยากได้ก็คือแขนขาเทียม เพื่อให้เขาได้มีอิสระในความเป็นมนุษย์เท่าที่ทุกคนพึงมี การได้วิ่ง การได้กระโดด การได้ยืนและเดินเช่นเด็กอื่นๆ เพื่อพวกเขาจะได้หัวเราะหรือร้องไห้กับความเจ็บปวดที่ล้มเพราะปีนต้นไม้ เพราะความซนตามประสา แต่พวกเขาต้องไม่ใช่มาร้องไห้เพราะไอ้ความเฮงซวยของผู้ใหญ่อย่างพวกแก ของมันก็เป็นของเทียมอยู่แล้ว ยังจะเอาของปลอมมาให้อีก อีเวรเอ๊ย
ครูแดงเอาขาที่ติดด้ามปืนตวัดเข้าปลายคางท่านผู้หญิง ฟันปลอมกระเด็นหลุดออกมาทั้งกระทรวง ทบวง กรม เลือดกลบปากไหลอาบถนนสีแดงฉาน

อยากจะพูดอะไรก่อนไปเฝ้ายมบาลหรือเปล่า

ขะขะขะ...ขอใส่ฟันปลอมก่อนตาย...ด้ายยย....มั้ย